"เขียว+หวาน = ?"
posted on 01 Sep 2008 11:34 by littlechef
เขียว + หวาน = เขียวหวาน (แกงเขียวหวานไง...)
วันนี้เจ้าหมีเปลี่ยนบรรยากาศ พาเข้าครัว ไปปรุงแกงเขียวหวานสูตรเจ้าหมีกัน
อย่างแรกเลยก็ต้องเตรียมวัตถุดิบกันก่อน
วัตถุดิบทั้งหมดไม่ต้องออกไปซื้อที่ไหนไกลเลยครับ ในแปลงผักสวนครัวที่บ้านเจ้าหมีเอง
มะเขือเปราะสด ๆ จากต้น
ลูกนี้ใหญ่ดีจัง
ได้มาแล้วก็ต้องเอามาฝานให้ชิ้นเล็กหน่อย
** ...เคล็ดลับ... ต้องแช่ในน้ำที่ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อไม่ให้มะเขือดำ **
เจ้าหมีกับต้นพริกขี้หนู
พริกขี้หนูสดแดง&เขียว
กลิ่นแบบนี้เข้ากับแกงเขียวหวานดีครับ
ใช้ยอดอ่อน ๆ แบบนี้
รวบรวมให้ดูอีกครั้งนะครับ ส่วนประกอบทั้งหมดมีดังนี้
1.มะเขือเปราะ
2.ใบโหระพา
3.พริกขี้หนู
4.กระทิ วันนี้เราใช้กระทิเพื่อสุขภาพ เป็นกระทิธัญพืชครับ
5.น้ำปลาดี
6.ผงเครื่องแกงเขียวหวาน หรือใครจะใช้เครื่องแกงที่โขลกเองก็ได้ครับ (มีสูตรให้ท้ายบทความ)
และสุดท้าย 7.เนื้อสัตว์ เปลี่ยนจากไก่หรือหมูมาเป็น ปลาทูน่า แทนนะ(เพื่อสุขภาพ)
** วิธีปรุง **
นำเครื่องแกงลงไปผัดกับกระทิจนหอม ใส่ปลาทูน่า แต่อย่าคนมากเดี๋ยวเนื้อปลาจะแตก ค่อย ๆ ใส่กระทิเพิ่มลงไป ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ พอเดือด เอามะเขือเปราะใส่ลงในแกง แล้วเริ่มปรุงรสด้วยน้ำปลา เติมน้ำตาลนิดหน่อยให้ออกรสหวานเพื่อให้สมกับชื่อแกงเขียวหวาน เมื่อขะเขือเริ่มสุกจึงใส่ใบโหระพาและหริกขี้หนูลงไปแค่พอมีกลิ่นหอม เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย โรยกระทิบนหน้า จัดจานให้สวยดังภาพครับ
ผลงานของเจ้าหมี
ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ (น้ำลายไหล...)
หรือจะทานกับหมีกรอบ ก็เป็นไอเดียที่แปลกดี
น่าหม่ำไหมล่ะ...
แต่เวลาจะทานกับหมี่กรอบต้องปรุงแกงเขียวหวานให้รสอ่อนหน่อยนะครับจะได้เข้ากัน
** เครื่องปรุงน้ำพริกแกงเขียวหวาน **
1.พริก ปกติจะใช้ทั้งพริกชีฟ้าและพริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีเขียวใส่ปนกันมากน้อยตามชอบ แต่ถ้าไม่ชอบเผ็ดอาจใช้พริกชี้ฟ้าสีเขียวมากหน่อยและใช้พริกขี้หนูสัก 2-3 เม็ดก็พอค่ะ 2.ข่าและผิวมะกรูดอย่างละ 1/2 ช.ช. 3.ตะไคร้และรากผักชีอย่างละ 1 ชต. 4.กระเทียม 3 ชต. 5.หัวหอม 4 ชต. 6.พริกไทยป่น 1/2 ชช. 7.ลูกผักชีคั่วให้หอมแล้วป่นให้ละเอียด 1/2 ชต. 8.ยี่หร่าคั่วให้หอมแล้วป่นละเอียด 1 ชช. 9.กะปิเผา 1/2 ชต. 10.เกลือ 1ชช. การโขลก ควรโขลกข่า,ตะไคร้,ผิวมะกรูด,และรากผักชีให้ละเอียดดีเสียก่อน ตามด้วยพริกและเกลือ(พริกชีฟ้าควรซอยละเอียดๆจะโขลกง่ายค่ะ)หอม,กระเทียม,กะปิ ตามด้วยส่วนผสมอื่นๆจนเข้ากันดี
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board13&topic=125&action=view
วันนี้เจ้าหมีเปลี่ยนบรรยากาศ พาเข้าครัว ไปปรุงแกงเขียวหวานสูตรเจ้าหมีกัน
อย่างแรกเลยก็ต้องเตรียมวัตถุดิบกันก่อน
วัตถุดิบทั้งหมดไม่ต้องออกไปซื้อที่ไหนไกลเลยครับ ในแปลงผักสวนครัวที่บ้านเจ้าหมีเอง
มะเขือเปราะสด ๆ จากต้น
ลูกนี้ใหญ่ดีจัง
ได้มาแล้วก็ต้องเอามาฝานให้ชิ้นเล็กหน่อย
** ...เคล็ดลับ... ต้องแช่ในน้ำที่ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อไม่ให้มะเขือดำ **
เจ้าหมีกับต้นพริกขี้หนู
พริกขี้หนูสดแดง&เขียว
กลิ่นแบบนี้เข้ากับแกงเขียวหวานดีครับ
ใช้ยอดอ่อน ๆ แบบนี้
รวบรวมให้ดูอีกครั้งนะครับ ส่วนประกอบทั้งหมดมีดังนี้
1.มะเขือเปราะ
2.ใบโหระพา
3.พริกขี้หนู
4.กระทิ วันนี้เราใช้กระทิเพื่อสุขภาพ เป็นกระทิธัญพืชครับ
5.น้ำปลาดี
6.ผงเครื่องแกงเขียวหวาน หรือใครจะใช้เครื่องแกงที่โขลกเองก็ได้ครับ (มีสูตรให้ท้ายบทความ)
และสุดท้าย 7.เนื้อสัตว์ เปลี่ยนจากไก่หรือหมูมาเป็น ปลาทูน่า แทนนะ(เพื่อสุขภาพ)
** วิธีปรุง **
นำเครื่องแกงลงไปผัดกับกระทิจนหอม ใส่ปลาทูน่า แต่อย่าคนมากเดี๋ยวเนื้อปลาจะแตก ค่อย ๆ ใส่กระทิเพิ่มลงไป ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ พอเดือด เอามะเขือเปราะใส่ลงในแกง แล้วเริ่มปรุงรสด้วยน้ำปลา เติมน้ำตาลนิดหน่อยให้ออกรสหวานเพื่อให้สมกับชื่อแกงเขียวหวาน เมื่อขะเขือเริ่มสุกจึงใส่ใบโหระพาและหริกขี้หนูลงไปแค่พอมีกลิ่นหอม เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย โรยกระทิบนหน้า จัดจานให้สวยดังภาพครับ
ผลงานของเจ้าหมี
ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ (น้ำลายไหล...)
หรือจะทานกับหมีกรอบ ก็เป็นไอเดียที่แปลกดี
น่าหม่ำไหมล่ะ...
แต่เวลาจะทานกับหมี่กรอบต้องปรุงแกงเขียวหวานให้รสอ่อนหน่อยนะครับจะได้เข้ากัน
** เครื่องปรุงน้ำพริกแกงเขียวหวาน **
1.พริก ปกติจะใช้ทั้งพริกชีฟ้าและพริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีเขียวใส่ปนกันมากน้อยตามชอบ แต่ถ้าไม่ชอบเผ็ดอาจใช้พริกชี้ฟ้าสีเขียวมากหน่อยและใช้พริกขี้หนูสัก 2-3 เม็ดก็พอค่ะ 2.ข่าและผิวมะกรูดอย่างละ 1/2 ช.ช. 3.ตะไคร้และรากผักชีอย่างละ 1 ชต. 4.กระเทียม 3 ชต. 5.หัวหอม 4 ชต. 6.พริกไทยป่น 1/2 ชช. 7.ลูกผักชีคั่วให้หอมแล้วป่นให้ละเอียด 1/2 ชต. 8.ยี่หร่าคั่วให้หอมแล้วป่นละเอียด 1 ชช. 9.กะปิเผา 1/2 ชต. 10.เกลือ 1ชช. การโขลก ควรโขลกข่า,ตะไคร้,ผิวมะกรูด,และรากผักชีให้ละเอียดดีเสียก่อน ตามด้วยพริกและเกลือ(พริกชีฟ้าควรซอยละเอียดๆจะโขลกง่ายค่ะ)หอม,กระเทียม,กะปิ ตามด้วยส่วนผสมอื่นๆจนเข้ากันดี
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board13&topic=125&action=view
เขียวหวานน่ากิน
#1 By Nami on 2011-11-19 21:02